จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

สมุนไพรแก้มะเร็ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Rhinacanthus nasutus  (L.) Kurz
ชื่อพ้อง : R. communis  Nees
ชื่อสามัญ   White crane flower
วงศ์  ACANTHACEAE
ชื่ออื่น :  ทองคันชั่ง หญ้ามันไก่ (ภาคกลาง)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ส่วนโคนต้นเนื้อไม้เป็นแกนแข็ง ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลมเรียว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีขาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผล เป็นฝักเล็ก พอแห้งแตกออกได้
ส่วนที่ใช้ :
ราก  ทั้งต้น  ต้น  ใบ
สรรพคุณ :
  • ราก - แก้กลากเกลื้อน รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคผิวหนัง ดับพิษไข้ แก้พิษงู แก้พยาธิวงแหวนตาผิวหนัง
  • ทั้งต้น - รักษาโรคผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน รักษามะเร็ง คุดทะราด ขับพยาธิตามผิวหนัง ตามบาดแผล แก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม แก้ปัสสาวะผิดปกติ
  • ต้น - บำรุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ รักษาโรคผมร่วง
  • ใบ - ดับพิษไข้ แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน แก้โรคไขข้ออักเสบ รักษาโรคผิวหนัง รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง แก้ผมร่วง บำรุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ แก้ปวดฝี แก้พิษงู ถอนพิษ แก้อักเสบ แก้โรคมุตกิต รักษาโรคพยาธิวงแหวนตามผิวหนัง
    นอกจากนี้ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ รักษาโรคต่อไปนี้คือ
  • ราก - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด กระเพาะลำไส้ มะเร็งตามร่างกาย ทำให้ผมดกดำ แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้กระษัย แก้ผมหงอก ผมร่วง รักษาโรคตับพิการ รักษาโรครูมาติซึม รักษาโรคไขข้อพิการ แก้ลมเข้าข้อทำให้ปวดบวมต่างๆ ขับปัสสาวะ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค
  • ทั้งต้น  - รักษาโรคผิวหนัง คุดทะราด แก้เม็ดผื่นคัน
  • ต้น - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตามร่างกาย มะเร็งลำไส้ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง
  • ใบ - แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดหัวตัวร้อน แก้มะเร็งไช แก้หิดมะตอย รักษาโรคมะเร็ง รักษาวัณโรค แก้ใจระส่ำระสาย แก้คลุ้มคลั่ง แก้สารพัดพิษ
    นอกจากนี้ในตำราบางเล่ม ยังได้กล่าวถึงสรรพคุณทองพันชั่ง โดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใดของพืช หรือส่วนใดในตำรายาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
    - รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคมะเร็ง แก้มุตกิตระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว
    - แก้เคล็ดขัดยอกชายโครง มือเคล็ด คอเคล็ด แก้มะเร็งในกระเพาะ แก้ฝีประคำร้อย แก้มะเร็งในคอ แก้มะเร็งในปาก แก้ไข้เหนือ แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา แก้ไอเป็นเลือด แก้ช้ำใน แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง แก้ลมสาร แก้มะเร็งในปอด แก้มะเร็งภายในและภายนอก
                                                                                  วิธีและปริมาณที่ใช้ :
  • ใช้รับประทานเป็นยาภายใน รักษาโรคมะเร็ง และวัณโรคระยะเริ่มแรก
    1. ใช้ทั้งต้น สด จำนวน 30 กรัม ต้มกับน้ำ จำนวนท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ
    2. ใช้ก้านและใบสด 30 กรัม (แห้ง 10-15 กรัม) ผสมน้ำตาลกรวดต้มน้ำดื่ม รักษาโรคปอดระยะเริ่มแรก
  • ใช้เป็นยาภายนอก แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อนและผื่นคันอื่นๆ
    1. ใช้ใบสด 5-8 ใบ หรือ รากสด 2-3 ราก
    ใบสดตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน หรือเอารากมาป่น แช่เหล้าไว้ 1 สัปดาห์ กรองเอาน้ำยาที่แช่มาทา ทาบ่อยๆ จนกว่าจะหาย
    2. ใช้ใบสดตำผสมน้ำมันดิบ หรือ แอลกอฮอล์ 75% ทาบริเวณที่เป็น

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

เกิดแผ่นดินไหวในลาว ห่างจากไทย 55 กิโลเมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  ประกาศเรื่องการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.7 ริกเตอร์ในประเทศลาว เมื่อเวลา  22.53 น. ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554    โดยศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่  ห่างจาก อ.แม่จริม จ. น่านระยะทาง 55  กิโลเมตร  ซึ่งคาดว่าจะไม่มี ผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย  
คาดว่าจุดที่เกิดแผ่นดินไหว เกิดขึ้นบริเวณเทือกเขาแขวงไซยะบุลี ซึ่งเป็นแขวงที่มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัด น่าน เลย อุตรดิตถ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเทือกเขาสูง คล้ายจังหวัดน่าน ไม่ค่อยมีประชากรอาศัยอยู่ ทั้งนี้เมืองเงิน เมืองหงสา แขวงไซยะบุลี กลุ่มบ้านปูของไทยได้เข้าทำเหมืองลิกไนต์ด้วย จึงไม่แน่ใจว่าได้รับผลกระทบหรือไม่
ขณะ ที่ในทวิตเตอร์ มีผู้ใช้บริการในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี  เลย และหนองคาย   ทวิตข้อความว่าสามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะทือนจากแผ่นดินไหว 

ฝน ถล่มนครศรีธรรมราชเส้นทางจราจรมุ่งหน้าสุราษฎร์ธานีเป็นอัมพาตเจ้าหน้าที่ ยังอพยพคนหนีภัยอย่างต่อเนื่อง ส่วนพระธุดงค์ที่ถูกดินโคลนทับขณะนี้พบศพแล้ว ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในรีสอร์ท 60 คนปลอดภัยดี

ที่ จ.นครศรีธรรมราช ความคืบหน้าเหตุการณ์อุทกภัยที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวะฝนตกอย่างหนักต่อเนื่อง ปริมาณน้ำได้ไหลหลากส่งผลกระทบต่อการจราจรโดยเฉพาะเส้นทางสายนครศรี ธรรมราช-สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในเขต อ.สิชล และ อ.ท่าศาลาพบรถยนต์ถูกน้ำซัดตกถนนในบริเวณ อ.สิชลหลายคัน


ส่งผลให้ขณะ นี้ต้องปิดการจราจรเนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงไม่สามารถใช้การได้ และถนนสายนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง ได้อยู่ในลักษณะเดียวกันเนื่องจากระดับน้ำได้ไหลบ่าผ่านถนนรถไม่สามารถใช้ การได้ทุกชนิด ขณะเดียวกันยังมีรายงานของสะพานบนนถนนสายหลักขาดหลายจุดด้วยกันในอำเภอท่า ศาลาและอำเภอนบพิตำ



นาย ธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเปิดเผยว่าขณะนี้ได้ประกาศเขตพื้นที่ภัย พิบัติครอบคลุม 16 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้ว โดยในเบื้องต้นนั้นแต่ละอำเภอนายอำเภอจะมีอำนาจสั่งจ่ายเงินฉุกเฉินได้อำเภอ ละ 1 ล้านบาท และหากมีกรณีเกินกำลังอำเภอที่จะรับได้ หรือมีการใช้งบประมาณจนหมดแล้วสามารถมาขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้ อีก เนื่องจากในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีงบประมาณอีก 10 ล้านบาท
นาย คเณศวร์ คงหอม รักษาการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในการช่วยเหลือขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กก.ตชด.42 มีกำลังพลพร้อมเรือท้องแบน อบจ.นครศรีธรรมราช สนับสนุนเครื่องจักร ปภ.เขตจัดส่งเรือท้องแบนอีก 16 ลำ

และในส่วนของ ปภ.จังหวัดได้กระจายเรือออกไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านรวม 38 ลำ ในการอพยพผู้คนจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่ประสบภัยพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือ อ.ท่าศาลา และ อ.นบพิตำ มีคอสะพานขาดขณะนี้แขวงการทางกำลังเร่งกู้สถานการณ์อย่างเร่งด่วน ทั้งสองอำเภอดูเหมือนว่าจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.นบพิตำ มีนักท่องเที่ยวราว 60 คนติดค้างอยู่ในรีสอร์ทหนำไพรวัลย์ ทราบว่าทั้งหมดปลอดภัย แต่ยังเดินทางออกมาไม่ได้ และมีอาหารการกินเรียบร้อยจึงไม่น่าห่วงมากนัก ส่วนอื่น ๆ นั้นกำลังเร่งค้นหาช่วยเหลือตามชุมชนต่าง ๆ ร่วมกับ อปท.ในพื้นที่


นอก จากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการค้นหาพระธุดงค์ที่มรณภาพในพื้นที่ บ้านในเพลา ม.8 ต.ขนอม อ.ขนอม ได้พบแล้วทั้ง 2 ศพ โดยศพแรกคือพระภัทราพร จีรวรา อายุ 50 ปี และพระอภิชาต อคธัมโม (คุ้มประดิษฐ์) ไม่ทราบอายุ มีภูมิลำเนา กทม.และสระบุรี ได้เดินธุดงค์มาปักกลดในบริเวณร่องทางไหลของหินและโคลนพอดี โดยรายหลังนั้นพบว่าถูกกระแสโคลนดินลากไปกว่า 100 เมตร

[30 มีนาคม] นํ้าท่วมกระบี่ ระทึก! ดินถล่มหมู่บ้านอิสลามเขาพนม

นํ้าท่วมกระบี่ หลังฝนตกหนักติดต่อกันนาน 2 วัน หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขัง ถนนหลายเส้นทางถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้  ขณะที่เกิดดินถล่มที่หมู่บ้านอิสลาม อำเภอเขาพนม ชาวบ้านติด 200-300 คน เสียชีวิตแล้ว 10 คน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือทุลักทุเล
          หลังจากที่ฝน ตกหนักติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ล่าสุดวันนี้ (30 มีนาคม) นํ้ายังคงท่วมจังหวัดกระบี่ในหลายพื้นที่ โดยที่อำเภอเมืองกระบี่ น้ำท่วมตามถนนในเขตเทศบาล ซึ่ง ถนนอุตรกิต ถนนวัชระ และถนนมหาราช บางช่วงรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ ขณะที่ถนนสายเพชรเกษม ตำบลกระบี่น้อย รถวิ่งได้เลนเดียว

          ทางด้านศูนย์ปลอดภัยคมนาคมกระบี่/ชมรม เออาร์รักกระบี่ เผยริมฝั่งคลองปกาสัย อำเภอเหนือคลอง  น้ำเอ่อล้นจากเขาพนมเบญจา และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  คาดว่าน่าจะหนักกว่าเมื่อคืน แจ้งอพยพประชาชนด่วน!   
  
          ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมอำเภอเขาพนม เกิดดินถล่มมีชาวบ้านเสียชีวิตแล้ว 10 ราย โดยศูนย์นเรนทร จ.กระบี่ รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 มีนาคม ที่บริเวณหมู่บ้านห้วยแก้ว หมู่ 7 ตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม ซึ่งเป็นชุมชนของชาวอิสลาม ได้เกิดเหตุดินโคลนถล่ม ทำให้มีประชาชนติดค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าว ประมาณ 200-300 คน และเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 10 ราย ซึ่งการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากดินสไลด์มาปิดทาง ทำให้รถไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้

          อย่าง ไรก็ตาม ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ออกมาได้แล้ว 42 ราย เป็นชาย 15 ราย หญิง 15 ราย เด็ก 12 ราย ส่งโรงพยาบาลเขาพนมแล้ว สูญหายอีกนับสิบราย ขณะที่ นพ.สันติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาพนม ได้กล่าวว่า ตอนนี้กำลังขาดแคลนบุคลากรทางแพทย์ และต้องการบุคคลากรทางการแพทย์ เพื่อรองรับคนเจ็บที่กำลังทยอยออกมาเรื่อย ๆ และตอนนี้มีคนไข้อาการสาหัส 7คน ส่วนใหญ่เจอไม้กระแทก
          ด้าน ผู้ว่าฯ กระบี่ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้านใน 3 ตำบล และจนถึงขณะนี้การติดต่อสื่อสารถูกตัดขาด ไฟฟ้าดับ น้ำประปาไม่ไหล และต้องผวาโคลนถล่ม! การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

          
ขณะที่ หมู่ 7, หมู่ 10, บ้านคลองแห้ง, บ้านหน้าเขา เขาพนม กระบี่ น่าห่วง ทีมช่วยเหลือ ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ น้ำป่าไหลซ้ำลงมาอีกระลอก และขณะนี้ภูเขาสั่นไหว หวั่นถล่มซ้ำ ทีมช่วยเหลือถอยชั่วคราว ยังเข้าพื้นที่ไม่ได้ ขณะเดียวกัน ทางการได้แจ้งเตือนประชาชน ที่อยู่ริมเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ ขอให้อพยพออกห่างจากลำน้ำลำคลอง เพราะปริมาณน้ำจากเขาพนมเบญจาไหลแรงมาก

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554

อันตรายของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ญี่ปุ่น

คง ไม่มีใครปฏิเสธคำพูดของผู้นำญี่ปุ่นที่ว่านี่เป็นยุคที่ยากลำบากที่สุดของ ญี่ปุ่นนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 65 ปีที่แล้ว เพราะสึนามิครั้งนี้ไม่เพียงทำให้หลายเมืองญี่ปุ่นย่อยยับเท่านั้น แต่อันตรายจากกัมมันตรภาพรังสีของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่ระเบิดไปแล้วและ อาจจะระเบิดขึ้นอีกนั้น แม้จะมีความพยายามออกมาอธิบายว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่คงมีน้อยคนนักที่จะไม่ปริวิตกในขณะนี้

เตาปฏิกรณ์ของโรง ไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เมืองฟูกูชิมะใช้มานานถึง 40 ปีแล้ว โดยมีอยู่ทั้งสิ้น 6 เตาและเตาหมายเลขหนึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุด แต่ก็เป็นเตาปฏิกรณ์รุ่นราวคราวเดียวกับที่สหรัฐมีอยู่ประมาณ 100 เตาในขณะนี้ก่อนที่สหรัฐจะตัดสินใจไม่สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่อีกเลย ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

หลักการทำงานของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะใช้ ยูเรเนียม 235 เป็นเชื้อเพลิงภายในเตาปฏิกรณ์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาฟิชชั่นหรือการแตกตัวของนิวเคลียสของอะตอม เกิดพลังความร้อนมหาศาล ทำให้น้ำเดือดและเกิดไอน้ำไปหมุนใบพัดให้เกิดพลังไฟฟ้า

ขณะที่เกิด แผ่นดินไหว เตาปฏิกรณ์ 3 ตัวจากทั้งหมด 6 ตัวกำลังทำงานอยู่ แต่เตาปฏิกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ปิดการทำงานโดยอัตโนมัติหากเกิดแผ่นดิน ไหว จากนั้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังดีเซลจะเริ่มทำหน้าที่ปั๊มน้ำเข้าไปบริเวณโดย รอบเตาปฏิกรณ์เพื่อหล่อเย็นไว้ แต่ปรากฏว่าทำงานได้เพียงชั่วโมงเดียวก็ล้มเหลวเนื่องจากสึนามิทำให้เกิดน้ำ ท่วมและเกิดความเสียหาย

ทางการญี่ปุ่นแถลงว่าการระเบิดที่เกิดขึ้น นั้นเกิดจากความล้มเหลวของระบบปั๊มน้ำ ไม่ใช่เตาปฏิกรณ์ สาเหตุที่ระเบิดอาจเป็นเพราะแรงดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆภายในฝาครอบชั้นใน เตาปฏิกรณ์ เมื่อไม่มีน้ำหล่อเย็น แรงดันจึงต้องหาช่องระบาย โลหะบางชิ้นที่อยู่รอบเชื้อเพลิงอาจปริออก เปิดช่องให้เชื้อเพลิงทำปฏิกิริยากับน้ำทำให้เกิดเซอร์โคเนียมอ็อกไซด์และ ไฮโดรเจนซึ่งเมื่อผสมกับอากาศที่มีอยู่ จึงทำให้เกิดระเบิดขึ้น

สำนัก นิวเคลียร์ของญี่ปุ่นแถลงว่ามีความเป็นไปได้สูงมากว่าการตรวจพบซีเซียมซึ่ง เป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่โรงไฟฟ้าหลังการระเบิดอาจเกิดจากการละลายของแท่ง เชื้อเพลิงที่ร้อนเกินไปเพราะขาดน้ำหล่อเย็นนั่นเอง

โชค ยังดีที่ญี่ปุ่นมีการเตรียมพร้อมในการรับมือทั้งการอพยพประชาชนและให้ ประชาชนรับประทานเม็ดไอโอดีนเข้าไปก่อนเพื่อให้ต่อมไธรอยด์บล็อคไอโอดีนที่ มีกัมมันตภาพรังสีที่จะซึมเข้าสู่ร่างกาย ต่างจากกรณีของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลของยูเครนที่ระเบิดเมื่อ 25 ปีที่แล้วที่ไม่มีการเตรียมพร้อมแถมยังพยายามปกปิดข่าวด้วย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากกัมมันตภาพรังสีในเวลาต่อมานับพันคน ขณะที่กลุ่มกรีนพีซเชื่อว่าน่าจะไม่น้อยกว่า 93,000 คน แต่ความรุนแรงของการรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีที่เชอร์โนบิลนั้นติดเพดาน สูงสุดคือระดับ 7 ส่วนที่เมืองฟูกูชิมะ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 4

เคราะห์ซ้ำ! ภูเขาไฟในญี่ปุ่นปะทุ

กรม อุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ปรับเพิ่มความรุนแรงเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็น 9.0 ริกเตอร์ เคราะห์ซ้ำ! เจอภูเขาไฟปะทุอีก พ่นเถ้าถ่านสูง 4 กม. ด้านจังหวัดโอกานาวาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังพบสารกัมมันตรังสีเกินกว่าที่กำหนด ในโรงงานแห่งที่ 2

          กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ปรับเพิ่มความรุนแรงของเหตุแผ่นดินไหว เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะฮอนชู จากเดิมที่ 8.8 ริกเตอร์ เป็น 9.0 ริกเตอร์ ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาตร์ การเกิดแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น และรุนแรงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก

          ส่วนทางการญี่ปุ่นยังคงยืนยันยอดผู้เสียชีวิตที่กว่า 800 คน และกว่า 1,200 คน ยังคงสูญหาย ขณะที่สถานการณ์การระเบิดของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ในจังหวัดฟุกุชิมะ ยังคงวิกฤติ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมป้องกันตนเอง ยังกล่าวเปิดเผยว่า ในวันนี้ (13) พบร่างของผู้เสียชีวิต ราว 300-400 คน ใต้ซากอาคารในเมืองริคุเซนทากาตะ เมืองชายฝั่งของจังหวัดอิวาเตะ ที่ถูกโจมตีด้วยแรงสั่นไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ 

          ขณะ ที่วันนี้ ภูเขาไฟทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น เกิดปะทุ พ่นเถ้าถ่าน ไอร้อน และเศษหิน ขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 4 กิโลเมตร แต่ยังไม่มีรายงานยืนยันอย่างแน่ชัดว่า การปะทุของภูเขาไฟชินโมเอะดาเกะ ในครั้งนี้ จะมีความเกี่ยวข้องกับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะที่ทางการญี่ปุ่นออกประกาศเตือนภัยภูเขาไฟในระดับ 3 

          ทั้งนี้ ภูเขาไฟ ชินโมเอะดาเกะ ความสูง 1,421 เมตร เกิดการปะทุครั้งแรก ในรอบ 52 ปี เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมาแต่ไม่มีรายงานความเสียหายใด ๆ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          ขณะ ที่ล่าสุด มีรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่ง ที่ 2 ในจังหวัดโอนากาวา หลังพบสารกัมมันตรังสีเกินกว่าที่กำหนด

          ก่อน หน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์น แสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยัง สมเด็จพระจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น กรณีเหตุแผ่นดินไหว

          ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีข้อความพระราชสาส์น แสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยัง สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ในกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิ บริเวณทางตะวันออกของเกาะฮอนชู เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ซึ่งสำนักราชเลขาธิการ ได้เชิญผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เรียบร้อยแล้ว ดังนี้....

          ข้าพเจ้า และพระราชินี เศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ที่ทราบรายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งยังก่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในประเทศของฝ่าพระบาท ข้าพเจ้า และพระราชินี ขอแสดงความเสียใจด้วยใจจริง มายังฝ่าพระบาท และผู้ประสบความทุกข์และความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้

          ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท โตเกียว อิเลคทริก เพาวเวอร์ ผู้บริหารงานโรงงานนิวเคลียร์ในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์อีกตัวไม่ทำงาน และเสี่ยงที่จะระเบิดไม่นานหลัง จากเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ของ โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาแห่งนี้เกิดระเบิดจนก่อความหวาดวิตกในวงกว้าง

          "ทุกระบบที่ช่วยรักษาระดับน้ำหล่อเย็นในเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ณ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลข 1 ไม่ทำงาน ณ เวลา 05.30 น. (ตรงกับเมืองไทย 03.30 น.) ระบบได้หยุดฉีดน้ำและแรงดันภายในค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย ซึ่งทางบริษัทได้ยื่นรายงานฉุกเฉินไปยังรัฐบาลแล้ว" โฆษกของบริษัทผลิตไฟฟ้าโตเกียว (TEPCO) กล่าว

          ทั้ง นี้ ก่อนหน้านี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉินที่เตาปฏิกรณ์ปรมาณู 5 แห่งของโรงไฟฟ้า 2 แห่ง หลังจากเตาปฏิกรณ์เหล่านี้ ไม่สามารถรักษาระบบหล่อเย็นให้ทำงานเป็นปกติได้

ขณะ ที่สื่อคาดยอด ผู้เสียชีวิตและสูญหาย จากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น รวมกันอาจมีถึง 1,700 ราย ขณะพบผู้เสียชีวิตจากเหตุโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ระเบิดแล้ว 3 ราย ทั้งนี้ สถานทูตไทยในประเทศญี่ปุ่น รายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหว เผยยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 686 คน สูญหาย 642 คน

ประเมินความเสียหายภัยพิบัติญี่ปุ่น

มากกว่า ที่คาดคิดกันไว้เยอะสำหรับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิถล่ม 7 จังหวัดภาคเหนือของเกาะฮอนชูและฮ็อกไกโด เมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา โดยครั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาแถลงเองว่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่ยังไม่รวมความเสียหายที่อาจเกิดจากผลกระทบจากการรั่วไหลของสาร กัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ

ก่อน หน้านี้ธนาคารโลกเคยประเมินความเสียหายไว้ที่ประมาณ 235,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อวานนี้รัฐมนตรีนโยบายเศรษฐกิจและภาษีของญี่ปุ่นได้ประเมินความเสีย หายระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าอาจจะสูงกว่า 308,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งสูงกว่าแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบเมื่อปี 2538 เกือบ 2 เท่า และยังถือเป็นมูลค่าความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลกด้วย
รัฐบาล ญี่ปุ่นแถลงว่าความเสียหายในครั้งนี้จะฉุดให้ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือจี ดีพีในปีนี้หดตัวลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผล พวงจากแผ่นดินไหวและสึนามิที่ทำให้เกิดไฟดับรวมถึงภาวะขาดแคลนไฟฟ้า กำลังทำให้โรงงานจำนวนมากประสบปัญหาการผลิตเช่นโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอะ หลั่ย อย่างเช่นโรงงานแห่งนี้ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโตเกียวที่ผลิตเซ็นเซอร์ สำหรับเครื่องจักรซึ่งโดยปกติการผลิตเซ็นเซอร์แต่ละชิ้นต้องใช้ชิ้นส่วน มากกว่า 50 ชิ้น แต่ขณะนี้ชิ้นส่วนบางชิ้นกำลังขาดแคลน
เจ้า ของโรงงานยกตัวอย่างชิ้นส่วนโลหะชิ้นนี้ซึ่งใช้ห่อหุ้มเซ็นเซอร์ไว้ด้านใน แต่ปรากฏว่าบริษัทผู้ผลิตได้ยุติการผลิตลงนับตั้งแต่ได้รับความเสียหายจาก แผ่นดินไหว คาดว่าจะเริ่มผลิตได้อีกครั้งในเร็วๆนี้ แต่กว่าจะถึงวันนั้น เจ้าของโรงงานแห่งนี้ก็ยังเจอข่าวร้ายอีกเมื่อโรงงานทางเหนือของญี่ปุ่นที่ ผลิตชิ้นส่วนซึ่งทำด้วยยางนี้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนมาให้ได้เนื่องจากโรงงาน กำลังมีปัญหาเรื่องการถูกตัดไฟ ทำให้ต้องยุติการผลิตไว้ชั่วคราวเช่นกัน
เจ้า ของโรงงานได้แสดงชิ้นส่วนดังกล่าวซึ่งเหลืออยู่เพียงแค่นี้โดยที่ทางโรงงาน ผลิตยังไม่ยืนยันว่าจะสามารถส่งให้ได้อีกเมื่อไร ทำให้การผลิตในขณะนี้ต้องยุติลงเนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนและถือเป็นช่วงที่ยาก ลำบากอย่างมากของบริษัท